การศึกษาวิชากาแฟ
posted on 05 Sep 2010 19:22 by alittlesmilefromme
ฉันรู้สึกว่า ..การเรียนมันคล้ายๆกับกาแฟ
วันนี้ฉันลงไปซื้อกาแฟกินใต้หอเช่นเคยจะว่าไปฉันก็ถือได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟอาจเพราะฉันรู้สึกว่ากาแฟเป็นบางสิ่งที่มี
“ศิลปะ” ในตัวของมันเองเราอาจรู้สึกขมเวลาจิบกาแฟ หากแต่มันก็มีรสชาติหวานหอมและลมุนลิ้นในคราวเดียวกันกาแฟมีหลายชนิดให้เราได้เลือก“ลิ้มรส”ซึ่งก็แล้วแต่ว่ารสนิยมใครจะชอบแนวไหน…เข้มหอมหรือหวานมันบางคนอาจชอบนั่งในร้านเล็กๆบรรยากาศดีๆพร้อมหนังสือเล่มโปรดแล้วจิบไปเรื่อยๆหรือบางคนอาจชอบที่จะได้ถกประเด็นต่างๆกับคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ร้านอาแปะหน้าปากซอยในเวลาเช้าที่เรามักเรียกกันว่า“สภากาแฟ”บางคนอาจจะชอบความสะดวกง่ายๆด้วยกาแฟกระป๋องเย็นๆก็เพียงพอ..และบางคนอาจไม่ชอบกินกาแฟ นานาจิตตังกันไป
ร้านกาแฟที่ฉันซื้อประจำนั้นอยู่ใต้หอหนึ่งเหตุผลก็เพราะว่ามันสะดวกมากๆ ส่วนเรื่องรสชาติฉันว่าใช้ได้ทีเดียวร้านนี้มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเจ้าของร้าน
ซึ่งตอนช่วงปีแรกที่ฉันเข้ามาอยู่หอฉันเห็นพี่เขาทำกาแฟเองขายเองทุกอย่างไม่มีลูกจ้างมาช่วยแต่ระยะหลังๆสงสัยจะชงกาแฟขายไม่ทันก็จ้างลูกจ้างมาช่วยทุ่นแรง
ในช่วงแรกๆฉันเห็นพี่เจ้าของร้านให้พี่ลูกจ้างทำแค่เก็บร้าน ตักน้ำแข็ง หยิบแก้วซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำกาแฟเลย
แต่ระยะหลังๆฉันเดาว่าพี่เจ้าของร้านคงสอนให้พี่ลูกจ้างชงกาแฟแล้วเพราะฉันได้ลองชิมกาแฟจากฝีมือพี่ลูกจ้างคนนี้ อืมมม ..รสชาติไม่เลวทีเดียว
ถ้าเปรียบร้านกาแฟร้านนี้กับการได้รับการศึกษา ฉันว่าพี่เจ้าของร้านเป็นตัวแทนของคนที่เรียนสูงได้รับการศึกษาที่ดีและพี่ลูกจ้างก็เป็นตัวแทนของคนที่ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาหรือไม่ได้มากพอเท่าที่ควรจะเป็น
และให้การชงกาแฟคือ ..การใช้ชีวิต
ส่วนรสชาติของกาแฟนั้น ..เป็นเรื่องของรสนิยม
ลองคิดเล่นๆในแง่ของกาแฟก่อน นั่นก็คือคนที่ชงกาแฟเป็นหรือชงกาแฟอร่อยอาจไม่ได้เปิดร้านกาแฟเสมอไปกรณีของพี่ลูกจ้างเขาสามารถชงกาแฟได้ดีไม่แพ้พี่เจ้าของร้านหากแต่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของร้านเท่านั้นเอง และฉันคิดว่าถ้าเขาเลือกได้..เขาคงจะอยากมีร้านเป็นของตัวเองมากกว่าเป็นเรื่องของต้นทุนชีวิตซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน
พอมาใส่ตัวแปลใหม่คือ การศึกษา ผลลัพธ์ก็จะได้ดังนี้ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการได้รับการศึกษาสูงๆเสมอไปหากแต่ถ้ามีโอกาสได้รับการศึกษาสูงๆน่าจะเป็นอะไรที่ดีกว่าการไม่ได้รับการศึกษาเพราะการศึกษาเป็นหนึ่งในต้นทุนของชีวิตที่คนทุกคนสามารถได้รับและพึงมีได้ใช่หรือไม่
วันนั้นพอฉันซื้อกาแฟเสร็จ ก็เดินออกมาจากร้านไปแถวๆเซเว่นข้างหอพลันได้ยินเสียง
“หนูๆ”ฉันหันกลับไปตามต้นเสียง..พี่ลูกจ้างร้านกาแฟนั่นเอง ฉันสงสัยน้อยๆ
“กาแฟอร่อยมั้ย”
“อ่อ ..อร่อยค่ะ” ฉันตอบเมื่อตั้งสติได้พร้อมยิ้มกลับไป
อาจจะเป็นโชคดีของฉันที่ได้กินกาแฟแก้วสุดท้ายที่พี่ลูกจ้างชงในวันนั้นเนื่องจากพี่แกใกล้เลิกงานพอดีและได้มีโอกาสบอกพี่แกว่ากาแฟที่พี่แกทำนั้นอร่อยถูกใจฉันฉันเดาว่าพี่ลูกจ้างคงไม่กล้าถามลูกค้าตรงๆในร้านต่อหน้าพี่เจ้าของร้านด้วยอาจเพราะไม่เหมาะไม่ควรทำนองนี้เผอิญวันนั้นสบโอกาสก็เลยได้ถามฉันพอดี
..ฉันอมยิ้ม พลันรู้สึกว่า ทำกาแฟอร่อยอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของร้านเสมอไป
ท้ายที่สุดในเรื่องของการศึกษาหรือการได้รับการศึกษาในทัศนคติของฉันมันคงจะดีมากกว่านี้ถ้าสังคมไทยของเราไม่ยึดติดกับ
“กรอบ”เท่าที่เป็นอยู่ ฉันรู้สึกว่าการได้รับการศึกษาเป็นสิ่งที่ดีหากแต่เรากลับรู้สึกกันไปว่ามันสำคัญและจำเป็นมากเกินไปจนเกือบลืมถึงบางสิ่งที่เรียกว่า“ประสบการณ์จริง”
อะไรๆก็ใบปริญญาเพื่อมาการันตีหน้าที่การงานที่มั่นคงและความสุขในชีวิต..คนละเรื่องกันหรือไม่นะ
แล้วแต่คนจะคิด .. เพราะ การชงกาแฟก็คือศิลปะการใช้ชีวิตก็เป็นศิลปะ..
อยู่ที่จุดหมายและความต้องการของแต่ละคนว่าต้องการอะไรในชีวิต..มันเป็นเรื่องขอบรสนิยม..
edit @ 6 Sep 2010 12:07:54 by no one